ความในใจคนสอน
[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8]

The class begins (จริงๆ)






เริ่มสอนได้คาบเดียว ก็เกิดเรื่องซะงั้น
มีการเปลี่ยนแปลงตารางสอนเล็กน้อย แค่เปลี่ยนห้องเอง ก็แค่ย้ายคนนับร้อยคนไปอีกตึกหนึ่ง (ซึ่งจริงๆก็ไม่เลวนะ)
เพราะห้องใหม่บรรยากาศน่านอนมากๆ อันนี้คอนเฟิร์มจากนศ.หลายคนที่นั่งหาวใส่ผม (ยังจำได้ติดตาอยู่สองคน ใครบ้างคงรู้ตัวกันดี หึหึ...)


การเริ่มสอนเนื้อหาของวันแรกยังออกไปในแนวพื้นๆ คือสังเกตได้ง่ายจากเด็กจะหน้าตาประมาณ "ตูรู้แล้ว" อยู่ในใจ (แต่ออกมาทางสายตาอยู่หลายคน)

ผิดกับตอนปลายๆเทอม สายตาจะกลายเป็นประมาณว่า "นี่อาจารย์พูดอะไรเนี่ย","ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ หนูจะนอน"

(-__- ") - เฮ้ออ
เอาใจหน่อยก็ง่วง ดุหน่อยก็ว่าโหด
จะเอายังไงล่ะเนี่ย




คาบต่อมา....
เริ่มมีการให้การบ้านเล็กน้อย เพื่อหยั่งเชิงดูประสิทธิภาพเด็ก แต่ในคาบก็ยังง่วงกันไม่เลิก สงสัยบรรยากาศน่านอนจริงๆ


คาบต่อมา...

วางแผนล่วงหน้ามาเป็นอย่างดีเพื่อแก้ทาง จะหลับกันใช่มั๊ย จับ quiz ซะเลย (จำกันได้รึเปล่ากับกระดาษ A4 1 แผ่น) หักหลังอีกทีกับคนที่ไม่ทำการบ้านมาด้วยการออกโจทย์ย้อน แต่เนื่องด้วยคนที่ไม่ทำมีเยอะกว่ามาก มาก และมากกกกก

ถ้าจะลงโทษเสียทั้งหมดด้วยแผนนี้ ก็ดูออกจะออกจะใจร้ายไปซักหน่อย เลยแอบเพิ่มโจทย์อีกข้อไว้เป็นทางออกให้ซะยังงั้น

และนั่นเองคือความผิดพลาดของผม....


เด็ก 80% หนีกรูกันไปตอบข้อทางรอดกันอย่างฝูงม้าวิ่งหนีไฟป่า

ทำให้การตรวจ จะไม่สามารถที่จะกระจายกลุ่มคำตอบได้อย่างที่คิด และที่สำคัญที่สุด...

ดันไม่ได้วางแผนในการตรวจงาน ปริมาณหลายร้อยไว้ล่วงหน้าเสียด้วย

(T-T) - กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นสนองตอบ

ฮือๆ





ตรวจไปสาม-สี่ อาทิตย์
ป่วยไข้ขึ้นหนักไปสองรอบ...

อ่านคำตอบเด็กบางคนแล้วก็มึนหัว มันเขียนอะไรของมันเนี่ย
(/-"- \ ) - ปวดกบาลจริงๆ พับพ่าซิ....




แต่...

จากโจทย์ที่วางไว้ตื้นๆ
ก็สะท้อนอะไรหลายๆอย่างออกมาได้
มากกว่าคาดไว้ไม่น้อย..



เด็กหลายๆคน
แสดงความคิดเห็นที่ทำให้รู้สึกถึงความคิดที่ยังไม่โต ดื้อ ดึงดัน และเอาแต่ใจเหมือนผู้ใหญ่ในสังคมหลายๆคนที่ยังเป็นอยู่ คิดเอาแต่ปัญหาเป็นเรื่องภาระของคนนั้นคนนี้ เป็นเรื่องของรัฐบาล เป็นเรื่องของอธิการ เป็นเรื่องของ ฯลฯ

แต่ไม่เคยมองการแก้ปัญหาที่ตัวเองเลย
มองข้ามไปเสียสนิท...

เอาแต่โยนภาระไปให้คนอื่นเรื่อยๆ
โดยไม่ลองแก้ไขที่ตัวเองก่อน
แล้วก็ผลักความรับผิดชอบออกไป...




แต่
ก็มีเด็กอีกหลายคนที่แสดงวิสัยทัศน์
และมุมมองการแก้ปัญหาได้ดีและรอบคอบ
มองปัญหารอบด้าน

และมองถึงระดับความตื้นลึกหนาบางของปัญหาได้ดี
บางคนสามารถชี้นำไปสู่วิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้

แม้ว่าจะมีปัญหาที่เด็กเหล่านี้ยังไม่ได้มองซ่อนอยู่อีก
แต่ในระดับนี้ ทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าไม่เลวทีเดียว


ได้แต่หวังว่ากลุ่มคนเหล่านี้
จะพัฒนาตัวเองขึ้นไปสู่จุดสูงขึ้น
อย่าหลงใหลเพียงลาภยศสิ่งของที่ลวงตา
จนทำให้ลืมการพัฒนาตัวเองไป



ตรวจเสร็จ
เหนื่อยแทบขาดใจ


แต่ใครจะรู้ว่า
เบื้องหลังจริงๆของการตรวจและให้คะแนนนั้น

การกรอกคะแนนนั้นยากกว่า... (และเหนื่อยที่สุด)
หลังจากทำการลองกรอกคะแนนไปได้ปึ้งหนึ่ง

พบว่า วิธีการกรอกแบบไล่ไปทีละกระดาบคำตอบ
ไม่เวิร์คอย่างแรง เสียเวลาในค้นหาหลายวินาทีเกินไป
เมื่อคูณกับจำนวนคำตอบหลายร้อยใบ
เวลาที่เสียเปล่าจะกลายเป็นหลายวัน

และถ้าจะตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง
จะเท่ากับการฆ่าตัวตายรึเปล่า ?


ตัดสินใจเปลี่ยนแผน
กลับมานั่งเรียงกระดาษคำตอบ ของนศ.ใหม่ทั้งหมดก่อนแทน ยอมเปลืองวันหยุดหนึ่งวันเต็ม กับการเรียงกระดาษคำตอบ จนกระทั่งเสร็จ


แล้วการกรอกคะแนนก็เร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
....


สังเกตซิ
หลังจากครั้งนั้นผมไม่เคยให้สอบ 1 คนต่อ 1 คำตอบอีกเลย

นี่แหละความจริง :P







ภาคต่อจากนี้
จะข้ามในส่วนของการออกข้อสอบกลางภาคไป (ถือเป็นความลับทางราชการ)
เพราะฉะนั้นไม่ต้องหวังว่าจะได้อ่านหรอกครับ ไม่บอกแน่ๆ
: P

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8]


ทำสอบเป็นกลุ่มเหนื่อยมาก แต่ก้อดีที่ได้รู้จักเพื่อนข้าง ๆ ด้วย เนื่องจากทรัพยากรคนไม่พอ เลยต้องไปแจมกับเค้า (( ทำ ควิซ 2 แทบแย่ เขียนเปนมือรวินทร์ เอ๊ย ระวิงเยยค่ะ อิอิ ))

by Gracine sine_dunk@hotmail.com 02/Oct/05 01:09:30

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8]