ความในใจคนสอน
[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8]

ติวก่อนสอบ(กลางภาค)




มติจากห้องเรียนเป็นเอกฉันท์
ขอให้ติวให้...


เบื้องหลัง
ใครจะรู้ว่าดันเป็นช่วงที่สุขภาพย่ำแย่ถึงขีดสุด
เนื่องจากไม่มีเวลาออกกำลังกาย
และการงานรุมเร้าจนแทบไม่ได้พักผ่อนในวันหยุด
โทรมมากๆ




อาการไข้หนักขึ้นจนถึงขีดสุดในวันอังคาร
และไม่มีทีท่าจะลดลง
เขาว่าการนอนให้เต็มอิ่มจะช่วยให้ไข้ทุเลาลง


ผมจำได้ว่า
คืนนั้น
ผมก็รีบเข้านอน.....




ตื่นเช้าขึ้นมา...
ไข้ลดลงไปบ้างเล็กน้อย แต่ยังรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่นหลังและภายใน (เอ๊ะ รึจะเป็นลมปราณที่แอบซ่อนมานาน อะฮ้าาา - บ้าไปแล้ว)

ปัญหาก็คือ อาการเจ็บคอหนักยังไม่หายไป
และพอออกเสียง ก็จะระคายเคืองจนไอ ทำให้ยิ่งเจ็บเข้าไปใหญ่

และปัญหาที่หนักที่สุดก็คือ
วันนี้จะต้องติวให้เด็กๆ
แต่พูดไม่ได้ !?

มีการสอนที่ไหน อ. เป็นใบ้บ้าง
อยากไปดูงานเดี๋ยวนั้นเลย




ถึงตอนเที่ยง
รู้สึกได้ถึงอุณหภูมิภายในตัวยังครุกกรุ่นอยู่เหมือนภูเขาไฟใกล้ระเบิด ไอร้อนหมุนวนเวียนผ่านหน้าท้องแล้วไปวันอยู่ที่ต้นคอและแผ่นหลัง

ตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการหุบปากนิ่งสนิท
พยายามไม่พูดจาอะไรมากมาย และใช้หัวคิดน้อยๆ
จะได้ไม่เปลืองแรงและล้มลงไปก่อนจะปิดคลาส


พอเริ่ม class ก็พยายามที่จะสื่อสารกับเด็กๆด้วยการใช้คีย์บอร์ดแทน แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนสอบ เด็กๆจึงตั้งใจกันเป็นพิเศษ (สังเกตได้ดวงตากินเลือดกินเนื้อ และมือที่จ้องจะจดแทบทุกคำพูดจากปากผม)


พลังงานในตัว ที่แปรผกพันกับเวลาที่เหลืออยู่
เป็นระดับนาที

ใครจะไปรู้ว่า
เวลาที่คิดอะไรมากๆ หัวจะร้อนเอาๆ
แล้วตัวก็พาลจะร้อนตาม

หลายครั้งที่จำเป็นต้องพูด
เพื่ออธิบายให้เด็กเห็นภาพและเข้าใจ
แต่ ยิ่งพูด
ก็ยิ่งไอ และเจ็บคอ



จริงๆจำเนื้อหาไม่ได้แล้วว่าวันนั้นสอนอะไรไปบ้าง


แต่จำได้ว่า
มีสองครั้ง...
ที่ไข้ขึ้นจนปวดหัว

มีครั้งหนึ่งที่เซไปด้านหลัง
และรู้สึกตาลายเหมือนจะเป็นลม

ดีที่ไหวตัวลงมานั่งพิงหลังทัน
ไม่งั้นอาจจะคว่ำไปแล้ว




แต่ที่ประทับใจที่สุดในวันนั้นคงไม่ใช่อะไรอื่น
นอกจากเด็กแทบทุกคนที่เห็น ในระยะสายตาที่ไม่สวมแว่น นั่งกันตั้งใจฟัง และไม่ทำให้บรรยากาศการเรียนเสีย

พอติวเสร็จ
ก็มีเด็กคนหนึ่งเดินเอาลูกอมมาให้
ด้วยอาการกลัวอาจารย์จะตายเสียก่อน

อยากจะบอกว่า
บางที
การใส่ใจในเรื่องอะไรเล็กๆน้อยๆ
มันก็ทำให้คุณดูน่ารักขึ้นเป็นกอง
(แม้ว่าลูกอมรสนมจะไม่ช่วยให้หายเจ็บคอเลยก็เหอะ)





แต่อย่างน้อยวันนั้น
เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมประทับใจทีเดียวเชียวล่ะ





ปล.คืนนั้นไข้ขึ้นหนัก และยังป่วยต่อไปอีกหลายวัน...

สงสัยเด็กๆจะแช่งไว้เยอะว่าถ้าสอนไม่รู้เรื่อง
ขอให้ป่วยซะ (T-T)

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8]


ว้า... อยากอ่านอีกหลายๆ ตอนอ่ะจารย์
นะนะ อิอิ

by Gracine sine_dunk@hotmail.com 24/Sep/05 23:12:12
ก็สงสารอยุ่น่ะ ที่อาจารย์เป็นไข้ แต่ถ้าอาจารย์ไม่ติวให้ เด็กๆน่าสงสารยิ่งกว่า

by fp_miracle fp_miracle@hotmail.com 26/Sep/05 11:21:29
ถูก ขอบคุณอาจารย์มากน่ะครับ ไม่งั้นพวกผมตาบปอบ

by หางนกยูง Bignangab@hotmail.com 26/Sep/05 22:10:02
แรกคิดว่าดีจริงๆที่อาจารย์เป็นไข้ จะได้เลิกกวนนักศึกษา
แต่ถึงแม้ว่าอาจารย์จะเป็นไข้ การสื่อสารกับเด็กด้วยคีย์ ก็ไม่ได้ทำให้ความกวนของอาจารย์หายไปเลย มาอ่านแล้วรู้สึกผิดจริง ๆ ไม่รู้ว่าอาการหนัก
แต่ก็ขอบคุณอาจารย์ค่ะที่มีน้ำใจติวให้พวกเรา

by panraya wonbin njk91@hotmail.com 28/Sep/05 14:15:02
ทีแรกที่อ.ไม่พูดก้องงว่าจะมามุกไหนอีกเนี่ย แต่พอ อ.ติวรู้เรื่องมากเลยค่ะ ไม่งั้นคงตกมีนไปแล้ว

by unji ji_ahs@hotmail.com 29/Sep/05 11:44:06
ขนาดพูดไม่ได้นะเนี่ย ( ^-^ ) ยังสามารถกวนได้ด้วยการพิมพ์ อีก
( เชื่อจารย์เยย ) ถ้าไม่ได้จารย์ติวให้ตอนนั้น คงแย่ ! ขอบคุงหลายๆ ค่ะ

by Gracine sine_dunk@hotmail.com 02/Oct/05 01:11:09
ดูไม่ออกเลยว่าอาจานจะไม่สบาย สงสารอาจานจังค่ะ แต่ขอบคุนอาจานมากๆนะคะ ไม่งั้นหนูคงสอบตก (จิงๆนะ) เพราะหนูไม่ค่อยรู้เรื่อง

by Pon prettypond_chat@hotmail.com 18/Oct/05 21:33:09

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8]