ความในใจคนสอน
[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8]

The class begins




ความจริงก็คือความจริง...


เหตุการณ์ต่อจากวันนั้น

ผมไม่อาจจะรับผิดชอบต่อนักศึกษาจำนวนมาก
โดยไม่มี backup จากทางคณะได้..



ในมุมมองของนศ.ส่วนใหญ่ที่ได้ถาม ก็ดันบอกว่าเป็นวิชาที่ "ต้องลงให้ได้" เท่านั้น กันทั้งนั้น...

ไม่เข้าใจว่าไปโดนรุ่นพี่ล่อหลอกอะไรกันมา  ถึงได้แห่กันมาลง เหมือนแจกของฟรี (แล้วเวลาเรียนก็หนีไปนอนกันซะนี่) ในใจตอนแรกก็คิดว่า ไม่เป็นไรหรอก ก็สอนยากๆไปซักปีเลย ปีต่อไปรุ่นนี้จะได้บอกต่อกับน้องๆ ว่าอย่ามาลงนะวิชานี้ยากกก

แต่นึกอีกที แล้วเรียนไปเด็กมันจะได้อะไรกันแน่ ?

ผมมาสอนคนไม่ใช่เหรอ...
สอนแล้วมันต้องได้อะไรกันบ้างซิ...
(ก็แค่เหนื่อยน่า ทนหน่อย...)





บางทีบางคนอาจคิดหรือรู้สึกแค่ว่า...
การทางลงเรียนวิชาให้ได้ครบ ตามที่คณะหรือมหาวิทยาลัยกำหนด มันก็ช่างยากเย็นจะแย่อยู่แล้ว
ยังจะต้องมาทำงานการบ้านอะไรอีก ?
แค่เรียนๆ เลคเชอร์ในห้องก็น่าจะพอไม่ใช่เหรอ ?









เรียนกันไปทำไม ?

พอเรียนจบวิชานั้นๆไปแล้ว
เอาไปใช้กันได้แล้วหรือยัง ?


ถ้าแค่นั่งเรียนในห้อง แล้วรู้เรื่องทั้งหมด
คนสอนจะเตรียมงานเพิ่มให้ลำบากทำไม?

ไม่ใช่เพื่อเสริมให้พวกคุณรู้เรื่อง
เพิ่มเติมกันหรอกเหรอ ?



เงินที่คุณเอาจ่ายค่าเล่าเรียนน่ะ
เงินใครเหรอครับ ?
คุณหามาเองจากหยาดเหงื่อแรงงานรึเปล่า...

แล้วคนที่ยอมจ่ายเงินเหล่านั้น เขาต้องการอะไรจากคุณถึงส่งมาเรียน ?

ไม่ใช่เพื่อให้คุณได้เรียนรู้
และหาสิ่งจะมาใช้เป็นอุปกรณ์
ในการหาเลี้ยงตัวเองในวันข้างหน้าหรอกเหรอ ?




ถ้าหากคุณยังหาเงินมาใช้กินอยู่
เลี้ยงตัวเองไม่ได้และยังคงขอคุณพ่อคุณแม่
ของคุณในการดำรงชีวิตประจำวันอยู่

ขออย่าได้ดูถูกเงินที่คุณมีอยู่ในกระเป๋า
หรือจำนวนเงินที่คุณอาจดูว่าเล็กน้อย
เช่น ค่าลงทะเบียน(สำหรับบางคน)

คนที่ขาดแคลนโอกาสและกำลังทรัพย์
ยังมีอยู่อีกมากมายเกินกว่าที่คุณจะช่วยได้หมด ด้วยฐานะของคุณตอนนี้ (หรือแม้จะเป็นฐานะของเศรษฐีเช่นนายกก็ตามที)

การช่วยเหลือคนที่ดีที่สุดในความคิดของผม
คือการให้ความรู้(จักคิด)
มิใช่สิ่งของเงินทอง
(แม้จะต้องเอารูปมาล่อเพื่อให้คิดก็ตาม :P)


แต่คนหลายคนที่อยู่ในสถานศึกษาแห่งนี้ ยังคงไม่รู้ตัว
ปล่อยเวลาวันๆ ไปกับการหลงระเริงจนเกินไปเสียหน่อย
โดยไม่รักษาความรับผิดชอบหลัก คือการเรียนที่คุณควรจะ "ต้องทำให้ดีที่สุด"
เพื่อให้สมกับที่พ่อแม่ของพวกคุณส่งมาให้เรียน

แต่ทั้งนี้ขอออกตัวไว้ก่อนว่า  ผมไม่ได้คัดค้านการทำกิจกรรมระหว่างการเรียน
และกลับเห็นว่าการทำกิจกรรมนั่นต่างหาก ที่จะช่วยส่งเสริมให้พวกคุณโต
เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

คงไม่มีประโยชน์อันใด
ถ้าคุณเป็นคนเรียนเก่งมากๆๆๆๆ แต่คุยสื่อสารกับใครไม่รู้เรื่อง ใช้ชีวิตไม่เป็น  ยังงั้นจะเรียนไปทำไม ?



แต่...
การรู้จักแบ่งเวลา กับ การสนับสนุนให้ทำกิจกรรม
ผมถือว่าคนละเรื่องกันนะครับ

สิ่งสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ จะมอบให้คุณหลังเรียนจบ ก็คือ กระดาษหนึ่งใบ ที่จะเป็นความภาคภูมิใจของวงศ์ตระกูล พ่อแม่พี่น้อง ญาติมิตรสหาย คุณจะเอาแค่นั้นหรือเปล่า ?

กระดาษใบนั้นจะไม่มีค่าในวันข้างหน้า...
ถ้าคุณทำอะไรไม่เป็น...
ถ้าคุณไม่รีบเรียนรู้
และเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆใส่ตัวคุณในวันนี้
จะรอไปเก็บในวันข้างหน้าหรือครับ...

ในความเป็นจริง วันข้างหน้า
คุณทำผิด คุณถูกไล่ออก !
วันนี้คุณทำผิด ผมเพียงแค่ตักเตือนด้วยการหักคะแนน
ยังมาบ่นอีกว่า อ. ใจร้าย...

(-_-") - เฮ้ออออ...




และสุดท้าย
เมื่อคุณมองกลับมาที่ห้องเรียน
แต่ละวันคุณได้ความรู้อะไรคุ้มค่า
กับเงินและเวลาที่คุณเสียไปแต่ละวันแล้วหรือยัง ?



"คุ้มแล้วค่ะ หนูได้นอนหนึ่งตื่น.."
(ฮา)




ปล. ยาวไปแล้วแฮะ ยังไม่ได้เข้าห้องเรียนเลย
เอาไว้ต่อภาคหน้าก็แล้วกัน
:p

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8]


Ù»·ը͒RŨ͊ǂ´չФмbr>
by xxx bushy_jaa@hotmail.com 29/Sep/05 11:40:13
ͮ¶蒂Ù»ʇ´ՠ^^

by ........... ichjeab@yahoo.co.th 14/Oct/05 20:51:33

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8]